งานของคุณกำลังจะหายไป 3 อาชีพที่ AI จะเข้ามาแทนที่ 100% ภายใน 3 ปีข้างหน้า และวิธีรับมือ
Student blog — 16/12/2025
AI UTCC
โลกของ AI (Artificial Intelligence) พัฒนาไปเร็วมาก จนหลายคนเริ่มกังวลว่า “หุ่นยนต์จะมาแย่งงานเราไหม?” คำตอบคือ “ใช่” ในหลายตำแหน่งงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรือใช้การประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก
เรามาดูกันว่า 3 อาชีพ ที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูก AI เข้ามาแทนที่เกือบทั้งหมดภายใน 3 ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง และคุณควรเตรียมรับมืออย่างไร
3 อาชีพที่ AI จ้องจะ ‘แทนที่’

1. พนักงานคีย์ข้อมูล (Data Entry / Transcriptionist)
AI สามารถ อ่าน และ คัดลอก ข้อมูลจากเอกสาร ภาพ หรือเสียงได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีความเหนื่อยล้าหรือความผิดพลาดจากการพิมพ์

2. นักเขียน Content พื้นฐาน/นักแปล (Basic Content Writer / Translator)
AI (เช่น ChatGPT) สามารถ สร้างบทความสั้น ๆ, คำโฆษณา, หรือ แปลภาษา ได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติในหลายภาษา ทำให้งานเขียนที่ไม่ซับซ้อนและงานแปลทั่วไปถูกทดแทนได้ง่าย

3. เจ้าหน้าที่ Call Center / บริการลูกค้าพื้นฐาน (Basic Customer Service)
Chatbot และ Voice AI มีความสามารถในการโต้ตอบกับลูกค้าเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐาน, ตอบคำถามซ้ำ ๆ และจัดการคำสั่งซื้อ ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องมีอารมณ์
วิธีรับมือ: เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ควบคุม AI
การถูกแทนที่ไม่ได้หมายถึงคุณจะตกงาน แต่หมายถึงคุณต้อง อัปเกรดทักษะ (Upskill) เพื่อเปลี่ยนจาก “ผู้ทำงาน” เป็น “ผู้ควบคุม” เครื่องมือ AI
1. เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ‘Prompt Engineering’
- Prompt Engineering คือ ทักษะในการ สั่งการ AI ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การเขียนคำสั่งให้ ChatGPT สร้างบทความที่ลึกซึ้ง หรือให้ AI วาดรูปที่ตรงใจ
- เรียนรู้: วิธีเขียน “Prompt” ที่เจาะจง มีบริบท และกำหนดผลลัพธ์ชัดเจน
2. พัฒนาทักษะที่ AI ทำไม่ได้
AI เก่งเรื่องข้อมูลและการทำซ้ำ แต่ยังขาดทักษะเหล่านี้:
- ความคิดสร้างสรรค์ที่ซับซ้อน (Complex Creativity): การสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
- การจัดการความรู้สึกและอารมณ์ (Emotional Intelligence): การเจรจาต่อรอง การให้คำปรึกษา การสร้างแรงบันดาลใจ หรือการดูแลลูกค้าที่ต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
- การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision-Making): การวางแผนระยะยาวที่ต้องอาศัยวิจารณญาณทางธุรกิจและจริยธรรม
3. ใช้ AI เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ (Leverage AI)
แทนที่จะกลัว ให้ลองใช้ AI เพื่อ เพิ่มความสามารถของตัวเอง เช่น:
- นักบัญชี: ใช้ AI สรุปงบการเงิน เพื่อให้มีเวลาไปวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเงินที่ซับซ้อน
- นักออกแบบ: ใช้ AI ช่วยสร้างแบบร่างพื้นฐาน เพื่อให้มีเวลาไปปรับปรุงงานศิลปะที่ต้องใช้ลายเซ็นส่วนตัว
สรุป: การอยู่รอดในยุค AI
จำไว้ว่า “AI ไม่ได้มาแย่งงานจากคุณ แต่คนที่ใช้ AI เป็น จะมาแย่งงานจากคนที่ใช้ไม่เป็น”
ถึงเวลาแล้วที่จะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีใหม่นี้ เปลี่ยนจากผู้ที่ถูกคุกคามให้เป็น ผู้ที่ได้เปรียบ ด้วยการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงานของคุณ!
แชร์บทความนี้